相信前段时间的《我不是药神》让大家都对于癌症病人看病贵的社会问题产生了思考。其实,泰国的癌症病人同样也面临着吃不起药的问题,昂贵的抗癌药物也是让他们负担不起。但是,最近朱拉隆功大学的一个医疗团队发起了一项捐款,只向民众要求5泰铢的捐款。而此次捐款的目的就是进行泰国本土抗癌药物的研发,帮助泰国的癌症病人。这到底是怎么回事?我们一起来看看。
(18 ต.ค.) โซเชียลมีเดียกำลังให้ความสนใจในความพยายามของทีมแพทย์คนไทยที่มุ่งมั่นพัฒนาและวิจัย เพื่อผลิตยารักษาโรคมะเร็ง หรือ แอนตี้บอดี้รักษามะเร็ง ซึ่งจะทำให้ไทยมีศักยภาพผลิตยารักษาโรคมะเร็งได้เอง ช่วยลดต้นทุนค่าให้กับผู้ป่วยได้มหาศาล แต่ปัญหามีอยู่ว่าทีมแพทย์ที่ทำการวิจัยผลิตยายังต้องการเงินทุนเช่นในการศึกษาพัฒนาเช่นเดียวกัน
10月18日,社交媒体正在讨论一帮关于致力于癌症研究的泰国医生,为了研发药物抵抗癌症,以使泰国人自己也可以治疗癌症,大范围降低泰国人治疗癌症的治疗费用,但是,这个医疗团队也需要一定的研究经费。
เริ่มต้นจากหัวข้อข่าว "ขอคนไทยแค่ 5 บาท...ผลิตยาภูมิต้านรักษามะเร็ง" จากหนังสือพิมพ์คมชัดลึก ที่เจาะลึกการวิจัยของทีมแพทย์ศูนย์ชีววิทยาเชิงระบบ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการวิจัยผลิตยาภูมิต้านรักษามะเร็ง หรือ ยาไบโอโลจิกส์ (Biologics) เพียงแต่พวกเขายังขาดเงินทุนในการศึกษาวิจัย ที่ขอเพียงคนไทยบริจาคช่วยแค่ 5 บาท 10 บาท หากรวบรวมทุนถึงเป้าหมาย 100 ล้านบาท งานวิจัยนี้ก็จะลุลวงทันที
Komchadluek报的标题--“希望泰国人捐款5铢,制造抗癌药物”,给大家介绍了朱拉隆功大学系统生物研究团队正在进行关于抗癌药物的研究(生物制剂),但是他们缺乏研究经费,希望每个泰国人都能给予5铢或者10铢的捐款,如果捐款总则达到1亿泰铢,研究将会取得突破性的进展。
เฟซบุ๊ก "CoachPle Suwanna Mitchell" ของ โค้ชเปิ้ล มิทเชล เป็นผู้หนึ่งที่ได้แชร์ข่าวดังกล่าว ปรากฏว่ามีผู้แชร์ส่งต่อออกไปเป็นวงกว้าง เพราะถือว่าเป็นการสนับสนุนงานวิจัยได้แบบง่ายๆ เพื่อต่อชีวิตให้กับผู้ป่วยโรคมะเร็งได้อีกด้วย
Facebook用户"CoachPle Suwanna Mitchell" 是宣传这则消息的人,发现有了大量广泛的转发,因为这是利用小小的行为来支持拯救癌症病人生命的研究。
ขณะเดียวกับเพจเฟซบุ๊ก "หมอเวร" ก็ได้อธิบายแบ่งปันเรื่องราวดังกล่าว โดยเกริ่นอย่างเข้าใจง่ายๆ ว่า หลังจากที่มีนักวิทยาศาสตร์คว้ารางวัลโนเบลในการวิจัยและผลิตภูมิคุ้มกันสู้โรงมะเร็ง โดยมีการนำยาตัวนี้มาใช้ในประเทศไทยแล้ว แต่ติดที่ราคาค่อนข้างสูงมาก หลอดละประมาณ 300,000 บาท
同时Facebook用户Mo Wen解释了这件事,在有团队获得了抗癌研究的诺贝尔奖之后,获奖的药物也被进口到泰国使用,但是价格昂贵,每管要花费约30万泰铢。
ผู้ป่วยจะต้องฉีดยานี้กระตุ้นทุกๆ 3 สัปดาห์ ต่อเนื่องราวๆ 2 ปี ทำให้ต้องมีต้นทุนในการรักษาสูงถึง 8-10 ล้านบาท เชื่อว่าประกันสังคมหรือบัตรทองรักษาทุกโรคไม่รองรับกรณีเช่นนี้อย่างแน่นอน แต่ นพ.ไตรรักษ์ พิสิษฐ์กุล และทีมวิจัย ได้ทำการศึกษาพัฒนาเรื่องนี้ไปแล้ว และค้นพบยาแอนตี้บอดี้ 1 ตัว
病人每三周就要注射药物,连续注射两年,总共花费要高达800到1000万泰铢,社会保险和医疗卡也绝不会负责此项花费,但是Trairak Phisitkul医生和团队已经进行了此项研究,发现了一项生物制剂。
โดยผลจากการวิจัยของทีมแพทย์ชาวไทย ให้ผลใกล้เคียงกับตัวยาจากต่างประเทศในปัจจุบัน ถ้าหากแพทย์ไทยสามารถผลิตยาได้เอง จะลดต้นทุนค่ายาจากเข็มละ 250,000 บาท ส่งผลทำให้ค่าใช้จ่ายตลอดการรักษาลดเหลือ 700,000 บาท
泰国医生的研究结果获得了国外药物相近的结果,如果泰国医生能够自己生产此药物,将会给每针制剂降低25万泰铢的成本,让整个治疗的费用减低到70万泰铢。
แต่ปัญหาหลักของทีมแพทย์ผู้วิจัยในเวลานี้คือ "เงินทุน" เพราะว่าจะค้นพบสูตรยาตัวแรกก็ต้องใช้เงินไปกว่า 100 ล้านบาทแล้ว โดยคาดว่ายังจะต้องใช้อีก 200 ล้านบาท และยังจะต้องทดสอบในร่างกายมนุษย์อีก 1-2 ปี และหากสำเร็จจริงๆ ยาจะพัฒนาและผลิตลงสู่ตลาดในอีก 7-10 ปีข้างหน้า
但是,这个泰国医疗团队的主要问题是资金问题,因为要获得第一支药的制成方法要花费1亿泰铢,另外预计还要花费2亿泰铢,还要进行1-2年的人体临床试验,如果真的成功,药物的生产和制造上市将会在7-10年实现。
ความคืบหน้ากรณีเปิดรับบริจาค 5 บาท 10 บาท ช่วยสมทบทุนแพทย์นักวิจัยไทย "ผลิตยารักษาโรคมะเร็ง" ให้ได้สำเร็จ เพื่อลดต้นทุนในการรักษา ล่าสุดยอดทะลุกว่า 6 ล้านบาทแล้ว
最近“5铢10铢捐款 帮助泰国医疗研究团队”研发抗癌药物,捐款总额已经突破了6百万泰铢!
声明:本双语文章的中文翻译系沪江泰语原创内容,转载请注明出处。中文翻译仅代表译者个人观点,仅供参考。如有不妥之处,欢迎指正。